วันเสาร์ที่ 28 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

คำสั่ง SQL

1. คำสั่ง CREATE
การใช้งาน เพื่อสร้างdatabase, table
รูปแบบการเขียน สร้างฐานข้อมูล mysql > create database  <ชื่อdatabase>;
ตัวอย่าง create database football;
สร้างตาราง mysql > create table <ชื่อtable> (<ชื่อข้อมูล> <ชนิดข้อมูล>, ... );
ตัวอย่าง create table unitedstates (name VARCHAR(20), birth DATE, sex CHAR(1));

2. คำสั่ง SELECT
การใช้งาน เพื่อต้องการจะดูสิ่งที่เราอยากรู้
รูปแบบการเขียน SELECT <สิ่งที่ต้องการ> หรือ mysql> SELECT <สิ่งที่ต้องการ>
ตัวอย่างเช่น mysql > SELECT database();

3. คำสั่ง COUNT
การใช้งาน ใช้ในการนับจำนวนของตารางต่างๆ จะใช้คู่กับ GROUP BY ได้ดีเพราะจะช่วยในการจัดกลุ่มชุดข้อมูลได้ดีขึ้น
รูปแบบการเขียน 
SELECT <อื่นๆ> COUNT(*)
 FROM <ชื่อtable>
 WHERE <เงื่อนไข>
 GROUP BY <จัดกลุ่มโดยใช้อะไรเป็นเกณฑ์>
ตัวอย่าง ต้องการนับจำนวนคนในแต่ละอายุ
SELECT age , COUNT(*)
 FROM   human
 GROUP BY age;

4. คำสั่ง SQL LIKE
การใช้งาน เพื่อกำหนดการแสดงผลของรูปแบบผลลัพธ์จากคำที่ต้องการ
รูปแบบการเขียน
SELECT "column_name"
FROM "table_name"
WHERE "column_name" LIKE {PATTERN}
PATTERN คือรูปแบบของคำที่ต้องการกำหนด ดังตัวอย่างต่อไปนี้
          'A_Z': ทุกตัวอักษรที่ขึ้นต้นด้วย 'A', และตามด้วยตัวอะไรก็ได้ 1 ตัวอักษร, และลงท้ายด้วย 'Z'.ตัวอย่างเช่น, 'ABZ' และ 'A2Z' ทั้งสองข้อความนี้มีรูปแบบเป็นไปตามเงื่อนไข, ขณะที่ 'AKKZ' มีตัวอักษรอยู่ระหว่า A และ Z มากกว่า 1 ตัวอักษร จึงไม่เป็นไปตามเงื่อนไข.
          'ABC%': ทุกตัวอักษรที่ขึ้นต้นด้วย 'ABC'. ตัวอย่างเช่น, 'ABCD' และ 'ABCABC' ทั้งสองข้อความนี้ขึ้นต้นด้วยรูปแบบตามเงื่อนไข.
          '%XYZ': ทุกตัวอักษรที่ลงท้ายด้วยรูปแบบ 'XYZ'. ตัวอย่างเช่น, 'WXYZ' และ 'ZZXYZ' ทั้งสองข้อความนี้ลงท้ายด้วยรูปแบบตามเงื่อนไข.
          '%AN%': ทุกตัวอักษรที่อยู่ในรูปแบบ 'AN' ในข้อความ. ตัวอย่าง, 'LOS ANGELES' และ 'SAN FRANCISCO' ทั้งสองคำนี้จะมี AN อยู่ในคำด้วย.
ตัวอย่าง
Store_Information
store_name        Sales           Date
Los Angeles        $1500     Jan-05-1999
San Diego          $250       Jan-07-1999
San Francisco     $300       Jan-08-1999
Boston             $700        Jan-08-1999
SELECT *
FROM Store_Information
WHERE store_name LIKE '%AN%'
ผลลัพธ์ที่ได้

store_name        Sales          Date
Los Angeles       $1500     Jan-05-1999
San Diego          $250      Jan-07-1999
San Francisco     $300       Jan-08-1999

5. คำสั่งเพิ่มข้อมูลลงใน table
การใช้งาน เพื่อใส่รายละเอียดข้อมูลในตาราง
รูปแบบการเขียน INTER INTO <ชื่อtable> (field1,field2,fieldn) VALUES ('field1', 'field2', 'field2')
ตัวอย่าง
 mysql>INTER INTO profile  (name,email,phone) VALUES
 mysql>('Mhee Boy',
 mysql>'mhee@hotmail.com'
 mysql>54125689, NULL);

6. คำสั่งการแก้ไขข้อมูล
การใช้งาน เพื่อแก้ไขข้อมูลที่เขียนผิดในตาราง
รูปแบบการเขียน UPDATE <ชื่อtable> SET  fieldname='<ชื่อฟิลด์และข้อมูลใหม่ที่ต้องการแก้>' WHERE fieldname='<ชื่อฟิลด์และข้อมูลเก่าที่ต้องถูกแก้ไข>;
ตัวอย่าง  mysql>UPDATE profile SET  name='chepo' WHERE name='mhee';

7. คำสั่งการลบข้อมูล
การใช้งาน เพื่อลบข้อมูลที่ไม่ต้องการใช้งานแล้ว
รูปแบบการเขียน DELETE FROM <ชื่อtable> WHERE (fieldname='ชื่อฟิลด์และข้อมูลที่ต้องการลบ');
ตัวอย่าง mysql >DELETE FROM profile WHERE (name='mhee');

8. คำสั่ง Join
การ JOIN มี 2 แบบคือ
 1. INNER JOIN คือการ JOIN โดยไม่สนใจค่า NULL จะดูเพียงตัวที่เหมือนกันเท่านั้น
 2. OUTER JOIN
   2.1 LEFT JOIN คือ การ JOIN โดยแสดงตัวทางซ้ายทุกตัวและนำข้อมูลขวามาเชื่อม
   2.2 RIGHT JOIN คือ การ JOIN โดยแสดงตัวทางขวาทุกตัวและนำข้อมูลขวามาเชื่อม
การใช้งาน เพื่อนำตารางที่มีความสัมพันธ์ของข้อมูลในแต่ละฟิลด์มาเชื่อมโยงกัน
ตัวอย่างการเขียน
INNER JOIN สมมติมีตาราง 2 อันชื่อ Rock และ Boy นำมา JOIN กันโดยมีข้อมูลที่ซ้ำกันคือ id
SELECT *
 FROM Rock INNER JOIN Boy ON Rock.id = Boy.id;
หรือการ JOIN โดยใช้ USING
 SELECT *
 FROM Rock INNER JOIN Boy USING (id);
LEFT JOIN
SELECT *
 FROM Rock LEFT JOIN Boy ON Rock.id = Boy.id;
RIGHT JOIN
SELECT *
 FROM Rock RIGHT JOIN Boy ON Rock.id = Boy.id;

9. คำสั่งการใช้ตัวแปร NULL ในเงื่อนไข
การใช้งาน เพื่อดูกรณีที่มีไม่เหมือนอย่างอื่นในตาราง
ตัวอย่าง ต้องการหาสิ่งมีชีวิตที่ไม่มีเพศ
 SELECT *
 FROM   human
 WHERE sex IS NOT NULL;

10. คำสั่งการสืบค้นข้อมูล
การใช้งาน เพื่อต้องการหาสิ่งที่เราสนใจในตาราง
รูปแบบการเขียน
 SELECT <สิ่งที่ต้องการ>
 FROM   <ชื่อtable>
 WHERE <เงื่อนไขอื่นๆ>
ตัวอย่าง เราต้องการชื่อของข้อมูลในตาราง human ที่มีมีเพศหญิง
 SELECT name
 FROM   human
 WHERE sex = ‘F’;

11. คำสั่งการเรียงลำดับข้อมูล
การใช้งาน เพื่อเรียงลำดับความสำคัญของข้อมูลนั้นๆ
 เรียงลำดับจากมากไปหาน้อย (descending order)
   ตัวอย่างเช่น
    SELECT *
    FROM   human
    ORDER BY name;
 เรียงลำดับจากน้อยไปมาก (descending order)
   ตัวอย่างเช่น
    SELECT *
    FROM   human
    ORDER BY name DESC;
    ถ้าต้องการมากกว่าหนึ่ง
      ตัวอย่างเช่น
       SELECT *
       FROM   human
       ORDER BY name , sex DESC ;
ขอขอบคุณที่มาของข้อมูล
1. http://natsusencho.blogspot.com/2012/08/sql-language.html
2. http://computer.thepbodint.ac.th/topmenu.php?c=show_note_work&w_id=13

3. คำสั่ง SQL LIKE By Ninenik Narkdee

ชุดคำสั่ง PHP


ชุดคำสั่ง PHP
<?…?>   
 การใช้งาน Tag ในคำสั่ง php
print    
 การใช้งาน แสดงคำพูดในเครื่องหมาย “…”; ไม่มีการคำนวณค่า เช่น print “…”;
echo   
 การใช้งาน แสดงคำพูดและการคำนวณในเครื่องหมาย “…”, x +,-,*,/ y; เช่น echo “…”, x+ y;
n   
 การใช้งาน ไว้ขึ้นบรรทัดใหม่ใน Source แต่ไม่แสดงผลบนบราวเซอร์ เช่น print, echo “n”;
#,//    
 การใช้งาน คำสั่งสำหรับห้ามทำการแสดงผลของคำสั่งวางไว้หน้าคำสั่ง echo , print เช่น #,// echo , print “…”; หรือการใช้ /* เพื่อเริ่มต้น และ */ เพื่อถึงจุดที่กำหนดไว้ เช่น /*…*/
$… = “…”;   
 การใช้งาน เป็นค่าแสดงตัวแปร เช่น $… = “…”;  , การแสดงผลเช่น print , echo “… $…”;
(สามารถนำมาคำนวณผลได้ เช่น $… +1 หรือ ++ และ $… -1 หรือ $… –)
$a = “…”;
 การใช้งาน เป็นตัวแปรไว้เก็บค่าหลายๆๆ ค่า
 หมายถึง ลำดับของตัวแปร 1,2,3,… และสามารถนำมาคำนวนได้เช่น “a[0] + a[1] + a[2]“;
%
 การใช้งาน เป็นตัวแปรในการหารแต่เอาแค่เศษ เช่น echo $1 % $2; หรือ echo 100 % 250;

เงื่อนไข   
 => คือ มากกว่า
<    คือ น้อยกว่า
>= คือ มากกว่าหรือเท่ากัน
<=   คือ น้อยกว่าหรือเท่ากัน
==   คือ เท่ากัน
!=     คือ ไม่เท่ากัน

คำสั่ง If Else
 การทำงานของ If Else คือ ถ้าผลลัพธ์ของเงื่อนไขเป็น จริง จะทำชุดคำสั่งหนึ่ง แต่ถ้าเป็น เท็จ ก็จะไปทำอีกชุดคำสั่งหนึ่ง แทน
ตัวอย่าง
<html xmlns="http://www.w3.org/1999/xhtml">
   <head>
       <meta http-equiv="Content-Type" content="text/html; charset=utf-8" />
       <title>ทดสอบการใช้เงื่อนไข</title>
   </head>
   <body>
     <?php
            $a = 50;
            $b = 20;
            if($a > $b)
            {
                echo "เงื่อนไขเป็นจริง";
            }
            else
            {
                echo "เงื่อนไขเป็นเท็จ";
            }      
     ?>
   </body>
</html>
ผลที่ได้จะเป็น เงื่อนไขเป็นจริง
ที่มา

http://www.training.ami-solution.com/ami-knowledge/knowledge.php?cntid=318#.VHc_-ousXL8

วันศุกร์ที่ 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

ฐานข้อมูล (database)

ฐานข้อมูล(Database) คือ ที่รวมของสารสนเทศที่สัมพันธ์กัน แต่ละฐานข้อมูลประกอบด้วยหน่วยของข้อมูลเรียกว่า แฟ้มข้อมูล (File) โดยแต่ละแฟ้มข้อมูลประกอบด้วยหน่วยของข้อมูลที่เล็กลงมาอีกระดับหนึ่งเรียกว่า ระเบียน (Record) และแต่ละระเบียนประกอบด้วยหน่วยของข้อมูลเรียกว่า เขตข้อมูล (Field) เขตข้อมูลประกอบไปด้วยหน่วยของข้อมูลที่เล็กกรองลงไปอีก คือ ไบต์หรือ อักขระ (Character)

        ข้อมูลเหล่านี้ได้รับการบันทึกเก็บไว้ในรูปแบบที่อ่านได้ด้วยเครื่องคอมพิวเตอร์ เพื่อให้สามารถนำมาประมวลผลในลักษณะต่าง ๆ ได้ เช่น การค้นคืน (Retrieval) การปรับปรุงข้อมูลให้ทันสมัย (Update) การจัดเรียง (Sorting) ข้อมูลต่าง ๆ ที่ได้บันทึกไว้มาแสดงผลทางหน้าจอ และสามารถพิมพ์ผลการค้นคืนออกทางเครื่องพิมพ์ บันทึกเก็บไว้ใช้งานในภายหลังได้


ไมโครซอฟท์แอคเซส (Microsoft Access)

             ไมโครซอฟท์แอคเซส (Microsoft Access) คือ โปรแกรมเพื่อพัฒนาระบบฐานข้อมูล มีตารางเก็บข้อมูลและสร้างคิวรี่ได้มีส่วนคอนโทลให้เรียกใช้ในรายงานและฟอร์มสร้างมาโครและโมดูลด้วยภาษาเบสิกเพื่อประมวลผลตามหลักภาษาโครงสร้าง หรือจะใช้เป็นเพียงระบบฐานข้อมูลให้โปรแกรมจากภายนอกเรียกใช้ซึ่งง่ายสำหรับผู้ที่มีประสบการณ์ในเรื่องการเขียนโปรแกรมหรือผู้พัฒนาระบบฐานข้อมูลมาแล้วช่วยให้การพัฒนาระบบงานเสร็จได้อย่างรวดเร็ว 



วันพฤหัสบดีที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2557

Oracle

Oracle คือ โปรแกรมจัดการฐานข้อมูล ผลิตโดยบริษัทออราเคิล ซึ่งเป็นโปรแกรมจัดการฐานข้อมูลเชิงสัมพันธ์ หรือ DBMS(Relational Database Management System) ตัวโปรแกรมนี้จะทำหน้าที่เป็นตัวกลางคอยติดต่อ ประสาน ระหว่างผู้ใช้และฐานข้อมูล ทำให้ผู้ใช้งานสามารถใช้งานฐานข้อมูลได้สะดวกขึ้น เช่นการค้นหาข้มูลต่างๆภายในฐานข้อมูลที่ง่ายและสะดวก โดยผู้ใช้ไม่จำเป็นต้องทราบถึงโครงสร้างภายในของฐานข้อมูลก้สามารถเข้าใช้ฐานข้อมุลนั้นได้
ข้อดีของ Oracle
1.เทคโนโลยี Rollback Segment ถูกนำมาใช้ในโปรแกรม Oracle ประโยชน์ Rollback Segment คือ สามารถจัดการกับข้อมูลในกรณีที่เกิดการล้มเหลวของระบบ หรือภาวะระบบไม่สามารถให้บริการได้ ด้วยเทคโนโลยี Rollback Segment จะจัดการ Instance Recovery ข้อมูลไม่ให้เกิดความเสียหายอันเนื่องมาจาก การล้มเหลวของระบบ ได้อย่างดีมาก 
2. Oracle ยังมีส่วนที่เรียกว่า Timestamp ทำงานเกี่ยวข้องกับ Concurrency Control เป็นส่วนที่จัดการการทำงานกับหลาย ๆ Transaction ในเวลาเดียวกัน โดยทุก ๆ Transaction จะมี Timestamp เป็นตัวกำหนดเวลาเริ่มต้นของการประมวลผล (Process) ซึ่งช่วยในการขจัดปัญหาหลักของ Concurrency Problems
              3.Oracle
ใช้ได้กับฐานข้อมูลกว่า 80 แพลตฟอร์ม ซึ่งครอบคลุมเกือบทุกแพลตฟอร์มที่มีอยู่ในปัจจุบัน เริ่มตั้งแต่เครื่องคอมพิวเตอร์บนเมนเฟรม, มินิคอมพิวเตอร์, พีซี บนระบบปฏิบัติการตั้งแต่ Window 9x, NT, Window CE, UNIX, SOLARIS, LINUX  โดยที่ในทุกพอร์ตมีโครงสร้างการเหมือนกันๆหมด คำสั่งที่ใช้ก็เป็นแบบเดียวกัน สามารถทำงานร่วมกันได้ สามารถนำข้อมูลจากพอร์ตหนึ่งไปพอร์ตอื่นได้อย่างไม่มีปัญหา.
ประเภทของ Oracle
1. Personal Oracle
2. Oracle Server

     ทั้ง 2 แบบนี้มีลักษณะการใช้งานและคำสั่งเหมือนกัน แต่ต่างกันที่ Personal Oracle คือฐานข้อมูลที่เมื่อติดตั้งบนเครื่องคอมพิวเตอร์แล้ว ผู้ใช้จะต้องนั่งทำงานกับ Oracle นี้ที่หน้าเครื่องท่านั้น ส่วนของ Oracle Server คือ ฐานข้อมูลในลักษณะเซิร์ฟเวอร์ คือเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ติดตั้งโปรแกรมของ Oracle Server ไว้ และยอมให้ผู้ใช้งานเรียกฐานข้อมูล หรือจัดการกับข้อมูลจากเครื่องคอมพิวเตอร์อื่น ๆ ได้(เรียกเครื่องอื่นๆ เป็นไคลเอนต์) ดังนั้นถ้าต้องการให้มีผู้เรียกใช้ข้อมูลจากฐานข้อมูลหลาย ๆ คนได้ ก็ควรต้องเลือกแบบที่เป็น Oracle Server

SQL Server คือ

SQL Server เป็นระบบจัดการฐานข้อมูลเชิงสัมพันธ์ (relational database management system หรือ RDBMS) จาก Microsoft ที่ได้รับการออกแบบสำหรับสภาพแวดล้อมวิสาหกิจ SQL Server เรียกใช้บน T-SQL (Transact -SQL) ชุดของส่วนขยายโปรแกรมจาก Sybase และ Microsoft ที่เพิ่มหลายส่วนการทำงานจาก SQL มาตรฐาน รวมถึงการควบคุมทรานแซคชัน, exception และการควบคุมความผิดพลาด, การประมวลผลแถว และการประกาศตัวแปร
Yukon เป็นชื่อรหัสในการพัฒนา SQL Server 2005 ได้รับการเผยแพร่ในเดือนพฤศจิกายน 2548 ผลิตภัณฑ์ 2005 ได้รับการกล่าวว่าให้ความยืดหยุ่น ความสามารถเชิงปริมาณ ความน่าเชื่อถือ และความปลอดภัยกับการประยุกต์ฐานข้อมูล และทำให้สร้างและจัดวางง่ายขึ้น ดังนั้น จึงลดความซับซ้อนและความน่าเบื่อเกี่ยวกับการจัดการฐานข้อมูล SQL Server 2005 รวมการสนับสนุนการบริหารมากขึ้นด้วย

ต้นกำเนิดคำสั่ง SQL Server ได้รับการพัฒนาโดย Sybase ในปลายทศวรรษ 1980 Microsoft, Sybase และ Ashton-Tate รวมมือในการผลิตเวอร์ชันแรกของผลิตภัณฑ์นี้เวอร์ชันแรก SQL Server 4.2 สำหรับ OS/2 นอกจากนี้ ทั้ง Sybase และ Microsoft เสนอผลิตภัณฑ์ SQL Server โดย Sybase เปลี่ยนชื่อผลิตภัณฑ์ของพวกเขาเป็น Adaptive Server Enterprise

MySQL คืออะไร

MySQL (มายเอสคิวแอล) เป็นระบบจัดการฐานข้อมูลเชิงสัมพันธ์ (Relational Database Management System) โดยใช้ภาษา SQL แม้ว่า MySQL เป็นซอฟต์แวร์โอเพนซอร์ส แต่แตกต่างจากซอฟต์แวร์โอเพนซอร์สทั่วไป โดยมีการพัฒนาภายใต้บริษัท MySQL AB ในประเทศสวีเดน โดยจัดการ MySQL ทั้งในแบบที่ให้ใช้ฟรี และแบบที่ใช้ในเชิงธุรกิจ
MySQL สร้างขึ้นโดยชาวสวีเดน 2 คน และชาวฟินแลนด์ ชื่อ David Axmark, Allan Larsson และ Michael "Monty" Widenius.ปัจจุบันบริษัทซันไมโครซิสเต็มส์ (Sun Microsystems, Inc.) เข้าซื้อกิจการของ MySQL AB เรียบร้อยแล้ว ฉะนั้นผลิตภัณฑ์ภายใต้ MySQL AB ทั้งหมดจะตกเป็นของซัน

ชื่อ "MySQL" อ่านออกเสียงว่า "มายเอสคิวเอล" (maɪˌɛskjuːˈɛl)  หรือ "มายเอสคิวแอล" (ในการอ่านอักษร L ในภาษาไทย) ซึ่งทางซอฟต์แวร์ไม่ได้อ่าน มายซีเควล หรือ มายซีควล เหมือนกับซอฟต์แวร์จัดการฐานข้อมูลตัวอื่น